สงครามบนโต๊ะอาหาร

posted on 18 Sep 2007 11:05 by smalleyez

เคยกันไหมครับเวลาที่ต้องร่วมโต๊ะทานอาหารกับผู้ใหญ่ที่ตัวเองไม่คุ้นเคยจะรู้สึกเกร็งๆอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ผมคิดว่าไม่ใช่แค่เราหรอกที่อึดอัด ผู้ใหญ่เองก็คงรู้สึกช่นกัน

สำหรับผมถ้าเลี่ยงได้ก็อยากจะเลี่ยงนะ แต่มันดันเลี่ยงไม่ได้นี่สิ...

เรื่องของเรื่องก็มาจาก ขณะที่กำลังทำนิตยสารกันอยู่ ซึ่งผมอยู่ฝ่ายกราฟฟิก รับหน้าที่ในการจัดเลย์เอ้าของหนังสือ ซึ่งจะมีบรรณาธิการ 2 คน และ บรรณาธิการบริหารอีก 2 คน อยู่ด้วยกันในวันนั้น และแน่นอนอาจารย์ที่เป็นพระเอกของเรื่องก็อยู่ด้วยเนื่องจากใกล้ถึงเส้นตายปิดเล่มแล้ว

ผมซึ่งกำลังเกาหัวแกร่กๆ เนื่องจากหมดไอเดียที่จะทำ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกอาจารย์เรียก

"เอก พรุ่งนี้ว่างไหม" อาจารย์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"มีเรียนเที่ยงครับ แต่โดดได้" ผมตอบไปเพราะคิดว่าแกจะให้ทำงานยันเช้าเหมือนหลายๆคืนที่ผ่านมา

"เยี่ยม สปิริตดีมาก" อาจารย์ตอบแต่ยิ้มมุมปาก หึหึ ..(สยองโคตรเพราะไม่รู้แกคิดอะไรอยุ่)

"ทุกทีมันก็โดดอยุ่แล้ว " เสียงคนแถวนี้มันพูด ซึ่งมาพร้อมกับเสียงหัวเราะของคนทั้งแล็ป

หลังจากนั้นอาจารย์ก็ไปถาม บก. อีก 3 คนว่าว่างไหม ส่วนอีกคน กลับไปแล้ว

หลังจากแกถามเสร็จก็ถึงประโยคเด็ดที่ทำให้ผมตะลึงและนึกโทษปากพล่อยๆของผมเอง

" บก. บก.2 บก.3 เอก พรุ่งนี้ 11 โมง ไปหาอาจารย์ที่ร้านเกรย์ฮาว นะ อยุ่แถวสะพานควาย"

".... ครับ " น้ำเสียงเซ็งสุดขีดคับท่าน !! กว่าตูจะทำงานเสร็จก็ดึกแล้วจะต้องตื่นแต่เช้าอีก ไม่น่าพูดเลยว่าจะโดด

หลังจากอาจารย์ออกไป ผมก็เกิดคำถาม ... บก. 3 คน แล้วกรุ ไปเกี่ยวไรด้วยวะเนี่ย - -''

สรุปคืนนั้นทำงานถึงตี4 ครับ กว่าจะได้นอนตี 5 แล้วต้องตื่นก่อน 10 โมง เพราะนัดเพื่อนเอาไว้ ช่างเป็นอะไรที่ไม่อยากตื่นจริงๆ ปากพาจนเอ๊ยยย

ระหว่างนั่งรถไปก็บ่นกับเพื่อนว่ากรุเกี่ยวไรด้วย แล้วบก. อีกคนมันจะไม่น้อยใจเอาเรอะ ... ซวยกรุอีก - -''

พอมาถึงร้านก็เลยรู้ว่าอาจารย์จะขอตรวจงานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนส่งโรงพิมพ์ เพราะตอนเย็นแกไม่อยู่มหาลัย และต้องทำธุระแถวนั้นพอดีก็เลยจะพามาเลี้ยงข้าว และก็คุยเรื่องงานไปด้วย

"เลี้ยงข้าว... สถานการที่ไม่อยากเจอสุดๆ... " ผมคิด

" โอเค เข้าไปในร้านกัน " อาจารย์ประกาศสงคราม...

สมรภูมิรบในครั้งนี้ค่อนข้างจะไฮโซหน่อย จึงทำให้เกิดความรู้สึกกดดันไปเท่าตัว แต่ผมก็เตรียมหาฐานที่ตัวเองจะได้เปรียบมากที่สุดไว้ทันทีเมื่อเห็นโต๊ะที่จะไปนั่ง

ดูจากรูปประกอบอาจารย์เดินเข้าไปนั่งเก้าอีกหมายลข 5 ซึ่งที่ที่ผมเล็งแน่นอนว่าต้องเป็นหมายเลข 3

" จะทำศึกครั้งนี้ให้สบายก็ต้องตรงนี้เท่านั้นแหละ " ผมคิดในใจพร้อมยิ้มมุมปากให้กับชัยชนะที่จะมาถึง

" เอกไปนั่งโต๊ะเลข 1 นะ " อาจารย์พูดเหมือนจะรู้ความคิดในใจผม...

" ....... " ผมไม่พูดอะไรได้แต่นั่งลงยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

แต่ทว่าเมื่อหันไปมองหน้าเพื่อนที่นั่งตรงข้ามกลับอาจารย์ซึ่งกำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ ทำให้รู้ว่ามันก็ไม่เลวร้ายถึงที่สุดละนะ

" อย่างน้อยก็ได้เลือกเองละกัน .." มันกระซิบเบาๆ

" ชิ..." คำพูดสั้นๆที่ผมเอ่ยออกไป ... แพ้ตั้งแต่เริ่มยังไม่พอยังโดนเพื่อนตื้บซ้ำอีก..

และก็เป็นไปตามคาดที่บรรยากาศมาคุจะมาเยือนผมและเพือนๆ ต่างคนก็ใช้เวลาอยุ่นานทีจะเลือกสั่งอาหาร เพราะความเกรงใจ และความกดดัน ซึ่งสุดท้ายตอนที่สั่ง ส่วนใหญ่ก็จะสั่งคล้ายๆกัน ง่ายๆว่า มรึงสั่งอะไรกรุเอาด้วย แต่กรุไม่ขอพูดก่อน

และบทสนทนาต่างๆที่มีก็จะเป็นการถามคำตอบคำแล้วก็เงียบ ซึ่งก็นับว่าดีที่ว่าอาจารย์จะชวนคุยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องงานและเรื่องทั่วไป ทำให้บรรยากาศไม่มาคุเท่าที่ควร ส่วนรสชาติอาหารอย่าถามเลยว่าอร่อยไหม เพราะตอนที่สั่งไม่ได้สั่งที่ตัวเองอยากกินนี่หว่า !!

สุดท้ายตอนกลับ... ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่ากรุเกี่ยวไรด้วยเนี่ย ง่วงก็ง่วง.. คนอื่นก็มีเยอะแยะในห้องแล็ปตอนนั้น

พอเหอะ ขึ้นต้นเหมือนจะมีสาระ แต่มันหายไปตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว


edit @ 2007/09/18 11:11:59

Comment

Comment:

Tweet

พวกเมิงจะชวนกันไปอัดตรูดหรอ

#2 By คุง on 2007-11-04 19:42

เอกพรุ่งนี้ว่างไหม...
ไปดู "เพื่อน...กุรักมรึง" กัน
...หึ หึ ยิ้มมุมปาก

#1 By (202.57.129.233) on 2007-09-18 11:44